 เกาหลียับยั้งการฆ่าตัวตาย 
โซล (เกาหลี) สื่อต่างๆ รายงานว่า เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดในบรรดาประเทศที่ก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ พระสังฆราชท้องถิ่นได้ออกสาส์นอภิบาลเน้นให้พระศาสนจักรช่วยบรรเทาใจผู้ตกทุกข์ได้ยาก
พระสังฆราชโบนิฟาส ฉ่อย คิ-ซาน แห่งอินชอน ประธานคณะกรรมาธิการ ยุติธรรมและสันติ ได้ออกสาส์นอภิบาล ในหัวข้อ ให้เราได้เป็นผู้นำในการปกป้องชีวิต ส่งถึงพระสงฆ์ตามวัดต่างๆ ในสังฆมณฑลอินชอน และตีพิมพ์ ในสาส์นสังฆมณฑลประจำวันที่ 28 กันยายน
พระสังฆราชแห่งอินชอน ตั้งข้อสังเกตที่น่าสยดสยองว่า ทุกวันนี้
การฆ่าตัวตายได้กลายเป็นกระแสในสังคม การนัดแนะกันผ่านอินเตอร์เน็ตเพื่อ
ฆ่าตัวตาย หรือการที่เยาวชนตั้งใจทำลายชีวิตตนเป็นการเลียนแบบดารานักแสดงดังๆ ที่ฆ่าตัวตาย
วันที่ 10 กันยายน โอกาสวันป้องกันการฆ่าตัวตาย มีรายงานจากสื่อต่างๆ ว่า เกาหลีใต้มีอัตราการฆ่าตัวตาย สูงที่สุดในบรรดาประเทศสมาชิก องค์การความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา ซึ่งมีอยู่ 30 ประเทศ
สถิติ ค.ศ. 2006 ระบุว่า ประชากร 100,000 คน ฆ่าตัวตายประมาณ
21.5 คน ประเทศที่มีอัตราเฉลี่ย
รองลงมาได้แก่ ญี่ปุ่น ประมาณ 19.1 คน ฟินแลนด์ 18 คน และออสเตรีย 12.6 คน สื่อยังชี้ว่า เกาหลีใต้ครองสถิติประชากร
ฆ่าตัวตายสูงสุดตั้งแต่ ค.ศ. 2003
พระสังฆราชฉ่อย กล่าวว่า
รายงานของสื่อหลายสำนัก ทำให้เห็นว่าจำเป็นที่ต้องออกสาส์นอภิบาล
ให้สอดคล้องกับปัญหาทางสังคม
พระศาสนจักรท้องถิ่นต้องร่วมมือกันดูแลให้ความช่วยเหลือผู้สิ้นหวังที่คิดฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะบรรดาเยาวชน อาจเป็นการเยี่ยมบ้าน หรือให้คำปรึกษา โดยไม่ปล่อยให้ผู้มีปัญหาเลือกการทำลายชีวิตตนเองเป็นทางออก
เนื้อหาของสาส์นให้ข้อมูลว่า เยาวชนและผู้สูงอายุ เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้ม
ฆ่าตัวตายสูง แสดงให้เห็นว่าสังคม
ขาดการดูแลเอาใจใส่คนกลุ่มนี้อย่าง
ทั่วถึง เหตุผลของการฆ่าตัวตาย
ส่วนใหญ่เป็นเพราะรู้สึกเหงาและ
ถูกทอดทิ้ง จึงจำเป็นเร่งด่วนที่พวกเราต้องช่วยเหลือคนยากไร้และถูกทอดทิ้ง โดยพระศาสนจักรควรมีส่วนช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของพวกเขา
พระสังฆราชฉ่อย ย้ำเตือนว่า ชีวิตเป็นของประทานจากพระเป็นเจ้า เราจึงไม่ควรทำลายชีวิต สำหรับคริสตชนคาทอลิก ผู้ที่ฆ่าตัวตายก็ได้ปฏิเสธชีวิตนิรันดร
สำนักสถิติแห่งชาติ รายงานว่า ข้อมูล ค.ศ. 2007 มีผู้ฆ่าตัวตายในเกาหลี วันละ 33.4 คน สัดส่วนรองจากผู้ป่วยเป็นมะเร็ง เส้นโลหิตในสมองแตก และโรคหัวใจ ผู้ฆ่าตัวตายมีอายุระหว่าง 20-30 ปี
พระสังฆราชฉ่อย วอนคริสตชนคาทอลิกไม่ให้ทำแท้ง คาทอลิกหลายคน ทำแท้งโดยไม่รู้ว่าเป็นบาป บางคนยังแนะนำให้ผู้อื่นทำแท้งอีกด้วย
พระสังฆราชแห่งอินชอน แนะนำให้ชุมชนวัดให้ความรู้ในเรื่องคำสอนโดยเฉพาะในเรื่องวัฒนธรรมแห่งชีวิต โดยคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อครอบครัว วางโครงการให้ความรู้ด้านคำสอนของพระศาสนจักรในเรื่องนี้แก่คริสตชน
คุณพ่อชอง กวง-วิง ผู้อำนวยการฝ่ายงานอภิบาล กล่าวว่า โครงการต่างๆ ที่ทำอยู่ ได้แก่ การอบรมคู่สมรส การให้ ความรู้เรื่องเพศศึกษาและการทำแท้ง
การคุมกำเนิดด้วยวิธีธรรมชาติ
คุณพ่อชอง กล่าวว่า อัตราการ
ฆ่าตัวตายที่สูงสุดของประเทศ เกี่ยวเนื่อง กับความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว ในอดีตครอบครัวสัมพันธ์กันแน่นแฟ้น แตกต่างจากปัจจุบันที่แม้ครอบครัวมีเครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่าง แต่ครอบครัวแตกแยกเพิ่มขึ้นมาก และเป็นสาเหตุของการจบชีวิต
ตัวเองเพื่อแก้ปัญหา
สื่อท้องถิ่นรายงานว่าตำรวจสันนิษฐานว่า ชอย จิน-ซิล อายุ 39 ปี นักแสดงที่มีชื่อเสียง ได้ฆ่าตัวตาย
ในบ้านที่กรุงโซล เพราะเธอได้ให้
นายอานห์ เจี่ย-ฮวน นักแสดง ซึ่งเธอให้ยืมเงิน ได้ฆ่าตัวตายเมื่อต้นเดือนกันยายน เพราะมีหนี้สินมาก
วันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 2003 องค์การป้องกันการฆ่าตัวตายสากล (International Association for Suicide Prevention) และองค์การอนามัยโลก ร่วมกันก่อตั้งวันป้องกันการฆ่าตัวตาย (สาธารณรัฐเกาหลี เมืองหลวง คือ
กรุงโซล สกุลเงิน คือ เงินวอน มีภาษา เกาหลีเป็นภาษาราชการ ประชากร 47.7 ล้านคน นับถือพุทธศาสนานิกายมหายาน 47% โปรเตสแตนต์ 38% คาทอลิก 11% ลัทธิขงจื้อ 3% และศาสนาอื่นๆ 1%) 
 วิกฤติเศรษฐกิจบ่งชี้ความสำคัญของพระวรสาร  
นครรัฐวาติกัน (ซีนิต) ในการประชุมสมัชชาพระสังฆราชคาทอลิก ครั้งที่ 12 สมเด็จ
พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 ตรัสแก่คณะพระสังฆราช 244 องค์จากทั่วโลกว่า วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการดำเนินชีวิตตามพระวาจาพระเป็นเจ้า ซึ่งเป็นพื้นฐานที่มั่นคง
สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ที่ 16 ตรัสว่า
ธนาคารใหญ่ๆ หลายแห่งล้ม การเงินล้มละลาย เพราะสิ่งเหล่านี้ มิได้ตั้งอยู่บนรากฐานความจริง แต่พระวาจาของพระเป็นเจ้าเป็นความจริงเที่ยงแท้และเป็นพื้นฐานของทุกสิ่ง
พระสันตะปาปาทรงยกพระดำรัสของพระเยซูเจ้าที่ทรงเปรียบเทียบเรื่องการสร้างบ้านบนพื้นทรายและการสร้างบ้านบนหินที่มั่นคง ตรัสว่า ผู้ที่มุ่งแสวงหาเพียงความสำเร็จ ความก้าวหน้าในอาชีพการงาน และเงินตรา จึงเปรียบเสมือน สร้างบ้านบนพื้นทราย ซึ่งวันหนึ่งจะสูญสิ้นไป การดำเนินชีวิตตามพระวาจาของพระเป็นเจ้าจึงจำเป็นสำหรับมนุษย์
 การเทศน์ที่ให้พลังและกำลังใจ  
นครรัฐวาติกัน (ซีนิต) พระคาร์ดินัลมาร์คอูลเล็ต
พระอัครสังฆราชแห่งควีเบค ผู้ประสานงานการประชุมสมัชชาพระสังฆราชคาทอลิก กล่าวว่า
แม้สังคายนาวาติกันครั้งที่ 2 เน้นความสำคัญ
ของการเทศน์ แต่ในความจริงคริสตชนจำนวนหนึ่ง
ไม่ซาบซึ้งในงานอภิบาลการเทศน์เท่าที่ควร เป็นเหตุให้
คริสตชนจำนวนหนึ่งหันไปเชื่อศรัทธานิกายอื่น
พระอัครสังฆราชมาร์ก โคเลอริดจ์ แห่งแคนเบอร์รา ออสเตรเลีย เสนอแนวคิดเรื่องการเทศน์ ผ่านการเรียนรู้ จากประสบการณ์และปรีชาญาณของพระศาสนจักรสากล ซึ่งไม่ควรกระทบต่อภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยศึกษาค้นคว้าได้จาก หนังสือเตรียมเทศน์ หนังสือคำสอน และบทแนะนำ
เกี่ยวกับมิสซา
พระสังฆราชเยอรัลด์ คิคานาส แห่งสังฆมณฑลทูสซัน เซ้าต์อาริโซนา กล่าวว่า การเทศน์ในปัจจุบันอาจขาดรสชาติ ไม่ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ และปราศจากแก่นสาส์น
แก่ผู้ฟัง แทนที่จะเป็นความบรรเทาใจ การเยียวยา
การนำความหวังและกำลังใจ และควรมีทั้งบทสอนและคำท้าทายอยู่ด้วย 
|