|  คุยเป็นพัก พัก กับช่วงพักภารกิจชีวิตสงฆ์ 
ตอนที่ 10 สบายดี บ่ คนบ้านเดียวกัน พวกเราพระสงฆ์พักภารกิจฯ มักใช้เวลาวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ด้วยการเดินสายไปฉลองวัดบ้าง ไปแสวงบุญร่วมกันบ้าง และวันหยุดในครั้งนี้เป้าหมายของเราก็คือ อยุธยา ดินแดนตั้งต้นแห่งการแพร่ธรรมในเมืองไทย
รถตู้ 2 คัน ขับพาพวกเราไปยังวัดทางแถบอยุธยา ก่อนจะเข้าที่วัดนักบุญ
ยอแซฟ อยุธยา เราแวะเยี่ยมชมและทานข้าวเที่ยงที่วัดนักบุญยอห์นบัปติสตา เจ้าเจ็ด เนื่องจากคุณพ่อถนอมศักดิ์ เลื่อนประไพ เจ้าวัด เป็นคนรุ่นไม่ห่างจากพวกเราที่มาร่วมโครงการพักภารกิจฯ นี้ เราจึงถือโอกาสมาเบิ่งวัดในแถบใกล้ๆ กับมื้อเที่ยงที่ครอบครัวของคุณพ่อสมเกียรติ ตรีนิกร รับเป็นเจ้าภาพ
บนรถมีเพลงสนุกๆ สำเนียงลูกทุ่งชื่อเพลง คนบ้านเดียวกัน ของศิลปินที่ชื่อว่าไผ่ ผมเองไม่ค่อยสันทัดและรู้จักเท่าใดนัก แต่ฟังจากน้ำเสียง และเรื่องราวของบทเพลง ท่วงทำนองแล้วสัมผัสได้ว่า การอยู่ใกล้ชิดกันของคน การผูกมิตรไมตรี ไม่ใช่เรื่องยาก อาศัยท่วงทำนองของความเป็นกันเอง และไม่เรื่องมาก รวมทั้งถ้าเราไม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้งแล้ว น้ำมิตรก็ไหลเวียนเข้าหากัน ถ่ายเทและส่งต่อ ชีวิตของพระสงฆ์ที่อยู่ร่วมกันทั้ง 14 ชีวิต ในวัยที่ใกล้เคียง แต่มีความเป็นตัวของตัวเอง ก็ต้องปรับตัวและเรียนรู้เรื่องแบบนี้เช่นกัน
คนบ้านเดียวกัน แค่มองตากัน ก็เข้าใจอยู่ รู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน ว่าหนักแค่ไหน บนหนทางสู้ ยังมีคำปลอบโยน ยังมีคำปลอบใจ มีคำว่าสบายดี บ่ ให้กันเสมอ...เด้อคนบ้านเรา (บางส่วนจากบทเพลงคนบ้านเรา)
รถตู้ 2 คันขับตามกันจนมาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ทั้งวัดนักบุญยอห์นบัปติสตา เจ้าเจ็ด และครอบครัวของคุณพ่อสมเกียรติ ตรีนิกร ผมชอบบรรยากาศแบบริมน้ำ แต่ก็พบว่า ริมน้ำอาจจะเย็นไม่พอสำหรับคนที่อยู่ใกล้ชิดมันอีกต่อไป มีการติดเครื่องปรับอากาศ มีสายน้ำที่สีแปลกตาไม่ใส จึงดูไม่สดชื่นไปด้วย ตลาดทางน้ำ การคมนาคม อาชีพเกษตรกรรม ทุกอย่างค่อยๆ หายไป และถูกเปลี่ยนมือจากสังคมต่อสู้เพื่อปากท้องพออยู่พอกิน เป็นสังคมที่ต่อสู้เพื่อยกระดับฐานะของตนเอง การออกไปสูดกลิ่นชนบทวันนี้จึงได้กลิ่นไม่ต่างจากตัวเมืองเท่าไรเลย
บ่ายอ่อนๆ เราก็มาถึงวัดนักบุญยอแซฟ อยุธยา ผมเองไม่ตื่นเต้นอะไรนัก แต่น่าจะเป็นโอกาสดีสำหรับเพื่อนๆ ต่างมิสซัง วัดนักบุญยอแซฟ อยุธยา ยังมีตำนานที่น่าสนใจและภาคภูมิใจมากมาย ความสวยงามของวัด คงดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ไม่ยาก แต่คุณค่าทางประวัติศาสตร์และเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตจากบรรดามิสชันนารีคงย้ำเตือนในหัวใจของเราทุกคนที่สานต่องานเหล่านั้น แม้ขณะนี้จะพักภารกิจไปก่อนก็ตาม
เราปิดท้ายทริปนี้ด้วยการเยี่ยมชมหมู่บ้านโปรตุเกส ชุมชนคริสตชนร่องรอยทางประวัติศาสตร์อีกมากมาย ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงโครงกระดูก และเศษโครงสร้างของสิ่งปลูกสร้างในอดีต เพื่อนผมคนหนึ่งถามว่า ถึงหมู่บ้านโปรตุเกสแล้วหรือ ไม่เห็นมีคนเลย อา ... พวกเราไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรจึงตอบได้เพียงว่า หมู่บ้านโปรตุเกสก็เป็นอย่างนี้นี่แหละ ไม่หรอกครับ เพื่อนผมแค่ตั้งสมมุติฐานว่า หมู่บ้านมันก็น่าจะมีคนน่ะ (ฮา ดีมั้ย)
นอกจากการไปแสวงบุญแล้ว บ้านเณรใหญ่แสงธรรมกับบ้านผู้หว่าน สามพราน ก็ใช่จะห่างไกลกันเกินเดินทาง สัปดาห์ที่ 8 นี้เราจึงมีนัดกับน้องเณรใหญ่แสงธรรม ที่ที่ปลูกฝังความรู้และความมั่นใจ เพื่อตัดสินใจรับใช้พระเป็นเจ้าด้วยการเป็นพระสงฆ์
18.00 น. ของวันจันทร์ที่ 22 กันยายน พวกเรา 14 ชีวิต จึงไปร่วมถวายมิสซาพร้อมกันกับสามเณรและพระสงฆ์ผู้ดูแลเณร กางเขนยอดวัดยังเป็นสัญลักษณ์เหมือนเอกลักษณ์ประจำสถานที่แห่งนี้ ใครบางคนยังเคยบอกว่าถ้ากลับมาบ้านเณรใหญ่เห็นกางเขนก็รู้ว่าถึงแล้ว แต่บางคนอาจจะบอกว่าเห็นแล้วปวดหัวหรือมีอาการข้างเคียงก็ช่วยไม่ได้ แต่วันนี้ผมเห็นแต่ความสวยงาม บรรยากาศที่ร่มรื่นได้สัดส่วนขึ้น บ้านเณรเล็กที่ว่าเป็นหัวใจของมิสซังแล้ว บ้านเณรใหญ่นี่แหละเป็นหัวใจของพระศาสนจักรในเมืองไทย
คุณพ่ออภิสิทธิ์ กฤษเจริญ หัวหน้ารุ่นของเราเป็นประธานในมิสซา คุณพ่อเอนก นามวงษ์ พระสงฆ์จากสังฆมณฑลจันทบุรี เป็นผู้เทศน์ และคุณพ่ออนุศักดิ์ กิจบำรุง พระสงฆ์จากอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เป็นผู้นำขับร้องช่วงประกาศรหัสธรรม ส่วนพวกเราอีก 11 ชีวิตก็ร่วมมิสซาพร้อมกับพระสงฆ์คณะผู้ใหญ่ของบ้านเณรอีกหลายท่านทีเดียว
ในบทเทศน์หรือในคำพูดต่างๆ ที่พวกเรามีโอกาสได้พบกับรุ่นน้อง มีแต่เพียงกำลังใจ ทั้งแก่บรรดาสามเณรเอง และบรรดาผู้ให้การอบรม เพราะเรารู้ดีว่า ไม่ยากทั้งสองส่วน ขอให้มองที่เป้าหมาย และเดินไปด้วยกันเพื่อพบน้ำพระทัยของพระในชีวิตของแต่ละคน จริงๆ แล้วส่วนตัวผมแอบภูมิใจเล็กๆ ว่าเด็กคนหนึ่งที่เคยส่งให้เข้าบ้านเณรตอนมีโอกาสเป็นเจ้าวัดแห่งหนึ่ง เขากำลังก้าวหน้าในกระแสเรียก บัดนี้นั่งอยู่แถวหน้าฝั่งตู้ศีลในวัด ซึ่งเป็นที่นั่งของสามเณรในชั้นปีที่ 1 ผมไม่คิดและคาดหวังอะไรมากไปกว่าขอให้เขาหาน้ำพระทัยของพระในชีวิต
ให้เจอและทำวันนี้ให้ดีที่สุด เราเป็นเพียงผู้แสดงทางให้เขา ส่วนเขาจะต้องเลือกที่จะเดินต่อไปด้วยตัวเขาเอง
พวกเรามีโอกาสได้แนะนำตัวกับน้องๆ หลังจากที่อาหารเย็นจวนเจียนจะเสร็จแล้ว ผมจำคำของเพื่อนๆ พระสงฆ์พักภารกิจได้เป็นเลาๆ แต่สำหรับผมเองแล้ว ผมบอกกับน้องๆ ว่า ผมยังจำได้ว่าตอนเป็นเณรเวลามีงานมักจะนั่งตรงกลาง เพราะตรงกลางเป็นที่ที่เวลามีดนตรีจะจัดไว้ตรงนั้น คนเล่นดนตรีมักไม่ค่อยได้บวช นี่ก็มีผมเหลือมาคนเดียว เพื่อนๆ ไปหมดแล้ว ผมเป็นพระสงฆ์คนหนึ่งที่เป็นผลิตผลของที่นี่ ถ้ามีอะไรจะช่วยกันได้ ผมไม่ถือว่ามีบุญคุณเลย บ้านเณรใหญ่สร้างพวกเราขึ้นมาต่างหาก อ้อ! และถ้าจะถามว่ารุ่นใคร หรือใครรุ่นเรา มันไม่สำคัญเท่ามิตรภาพที่มีระหว่างกันหรอก ได้เสียงซี้ดซ้าดกลับมาเล็กน้อย หลังจากนั้นผมจึงคิดว่าร้องเพลงร่วมกันสักเพลงน่าจะดี รางวัลแด่คนช่างฝัน เป็นบทเพลงที่ผมเลือก (อ่านเพิ่มเติมจากคอลัมน์ ซ่อนไว้ในจังหวะชีวิต ฉบับประจำเดือนตุลาคม 2008)
หลังจากกิจกรรมในวันนี้คุณพ่อพักภารกิจยังมีโปรแกรมกลับไปที่บ้านเณรใหญ่อีก 2 รอบ... 
บรรณาธิการบริหาร
|